ถึงเวลาทำ ” betflik68 ออมทรัพย์เร่งด่วน” เป็นเงินเลี้ยงชีวิตพวกเรา

สำหรับคนไม่ใช่น้อย ความเข้าใจเกี่ยวกับเงินน่าจะเป็นแนวทาง 3 ประการที่บิดามารดากล่าวกันมาตั้งแต่เด็ก

“ไม่ต้องเสียเงินเสียทอง”

“ประหยัดเงิน”

“อย่าเป็นผู้ค้ำประกัน”

อย่างไรก็ดี แม้คุณประหยัดเงินโดยไม่เสียเงินเสียทอง คุณจะไม่จนถึง แต่ว่าคุณจะไม่มั่งคั่ง

การขอผู้ค้ำประกันเป็นข้อรับรองว่าคุณได้ลงทุนในตนเองรวมทั้งผูกมิตรที่ไว้ใจได้ ใช่หรือไม่รับก็เป็นอีกหนึ่งเรื่อง แต่ว่าฉันมีความรู้สึกว่ามันน่าเร้าใจแล้วก็น่าดึงดูดกว่าที่จะถูกขอชีวิตมากยิ่งกว่าที่จะไม่มีผู้ใดถาม

ถ้าเกิดคุณยังอายุน้อยแล้วก็มีแรงผลักดัน มันคือเรื่องของการใช้ชำระเงินเพื่อดำเนินชีวิตมากยิ่งกว่าการเก็บออม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน “สมัยไม่มีงานทำ” นี้ ถ้าเกิดคุณมีเงิน 1 ล้านเยน ก็ควรจะใช้เงินทั้งผองเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต เป็นต้นว่า ย้ายหรือจัดเตรียมเริ่มธุรกิจใหม่

มักเรียกกันว่า “ออมทรัพย์รีบด่วน” แต่ว่าในตอนนี้ตรงเวลาของ “ในกรณีรีบด่วน” เพราะเหตุใดคุณถึงปราศจากความสุขถ้าหากคุณถูกลอตเตอรี

ผมเรียกวิชาความรู้แล้วก็สติปัญญาเรื่องเงิน betflik68 และก็การลงทุน “ความฉลาดทางสติปัญญา (สติปัญญา) ของเงิน” แม้คุณจะไม่คิดอะไรและก็ใช้เงินที่เข้ามา หรือฝันไปว่า “ฉันต้องการมีเงินมากยิ่งกว่านี้” ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตฉัน การจะมั่งคั่งจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีแล้วก็วิชาความรู้เบื้องต้นทางด้านเศรษฐกิจอื่นๆ

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าคุณจะเพิ่ม IQ ของเงินเยอะแค่ไหน ก็มิได้มีความหมายว่าคุณจะไม่ล้มเหลวด้วยเงิน

การลงทุนเป็นตัวอย่างที่สำคัญของประเด็นนี้ และไม่ว่าคุณจะเล่าเรียนแค่ไหน เมื่อคุณเริ่มกระทำการจำหน่ายจริงๆมันก็มิได้เป็นไปอย่างที่คุณคาดไว้

ถ้าหากราคาหุ้นขึ้น ผมรีบซื้อ หรือหากตก ผมเพียงแค่อึ้งเพราะเหตุว่าหยุดขาดทุนมิได้ด้วยเหตุว่าช็อก ถึงแม้ว่าจะมีความรู้สึกว่าเข้าใจดีมากแค่ไหน คุณก็จะสูญเสียความรู้สึกโลภ กังวล และก็กลัวว่าจะไม่ต้องการที่จะอยากเสียมันไป

อารมณ์เชิงบวกของอารมณ์สามารถให้คำใบ้ของการลงทุน แต่ว่าบางทีอารมณ์แง่ลบพวกนี้ในตัวคุณอาจทำให้ท่านเสียวิจารที่ญาณตามธรรมดา

ด้วยเหตุนั้นก็เลยเป็นเรื่องสำคัญที่จะเพิ่มไม่เพียงแต่ แต่ว่า IQ ของเงิน แต่ว่ายังรวมทั้ง EQ (Emotional Intelligence Quotient) ของเงินด้วย โน่นเป็นดรรชนีอารมณ์สำหรับเงิน

เมื่อฉันเป็นที่ปรึกษาด้านบัญชี อย่างแรกที่ฉันชี้แนะลูกค้าเป็น IQ ทางการเงิน

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าจะแปลงเป็นคนรวยได้เพียงใดก็ไม่มีวันเชื่อคนได้ไพเราะกลัวเสียเงินเสียทอง โดยบอกว่า “มีคนลักขโมยไปหรือไม่” “มีแต่ว่าคนหารายได้เพียงแค่นั้นที่กำลังจะถึง” มีคนอยู่ด้วย

คุณไม่สามารถที่จะสามารถควบคุมอารมณ์ได้และก็ถูกครอบครองโดยอารมณ์พวกนั้น

ในต่างชาติ บางทีฉันมองเห็นข่าวสารว่าผู้ที่ถูกลอตเตอรีก้อนใหญ่นั้นปราศจากความสุข เนื่องจากว่าจำนวนเงินไม่สามารถที่จะตาม EQ ของเขาได้ มันยังไม่ใช่ภาชนะที่มั่งมีถ้าเกิดคุณทะยานซึ่งๆหน้าเงินเป็นจำนวนมากและก็ลืมตัวเอง

“ขอบพระคุณ” เมื่อเงินเข้าออก

เมื่อเงินเข้า เขาก็บ่นว่า “น้อยไม่เพียงพอ คดโกงหรือ” รวมทั้งเมื่อเงินหมดไป เขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกว่าตัวเองผิดและก็ตรอมตรม กล่าวว่า “สูง ต่ำ หาย mottainai” แปลงเป็น–

แม้ EQ ของเงิน (ดรรชนีอารมณ์) ต่ำ คุณจะถูกอารมณ์แง่ลบจู่โจมครั้งใดก็ตามใส่เงินหรือเบิกเงิน

ความไม่ถูกใจ ความซึมเศร้า ความชิงชัง ความโมโห ความหมดหวังกับเงิน ด้วยสิ่งนี้ ไม่ว่าคุณจะทำเงินหรือเก็บออมได้เยอะแค่ไหน คุณก็จะมิได้รับพรจากความมั่งมีหรือความสำราญอีกต่อไป

แนวทางเพิ่ม EQ ของเงินเป็นการเขียนอารมณ์แง่ลบพวกนี้ใหม่เป็นอารมณ์เชิงบวก

แล้วจะเขียนใหม่ได้เช่นไร?

คำตอบนั้นง่ายดาย ขอบคุณมากจากส่วนลึกของหัวใจเมื่อเงินเข้าออก เท่านั้นล่ะ.

การเข้าฌานมือรูปความกตัญญู betflik68

※รูปเป็นภาพ

แน่ๆ นี่มิได้มีความหมายว่าใบเสร็จรับเงิน 10,000 เยนในกระเป๋าของคุณจะเพิ่มเป็นสองเท่าในยามเช้าวันพรุ่งนี้ ตราบเท่าที่คุณสะกดคำว่า “ขอบพระคุณ”

เช่น ลองนึกถึงว่าคุณไม่อาจจะทำข้อตกลงจากหุ้นส่วนธุรกิจที่งานยุ่งมายาวนานหลายเดือน

“คุณต้องการพบลูกค้าแบบงี้อีกไหม!”

แม้คุณหันหลัง ความเกี่ยวข้องจะหยุดอยู่เท่านั้น

แต่ คราวนี้ผมคิดว่าเป็นลูกค้าคนสำคัญของบริษัทหากแม้จะไม่ดีก็ตาม

“ขอบคุณมากที่ยอมรับฟังกันนะ.”

กำเนิดอะไรขึ้นหากคุณรู้สึกขอบคุณมากรวมทั้งสืบต่อความเกี่ยวเนื่องของคุณ? คุณไม่คิดว่าคนอื่นๆจะรู้สึกอย่างงั้นรวมทั้งมอบโอกาสคุณในครั้งถัดไปหรอ?

ไม่ว่าคุณจะรู้สึกขอบคุณมากหรือไม่ก็ตาม ความรู้สึกของอีกข้างที่มีต่อคุณจะไม่เหมือนกันกับเดิมอย่างสิ้นเชิง นี่เป็นแนวคิดความข้องเกี่ยว…